How-to

กระเป๋าตังค์หาย 3 รอบจนเริ่มชินชา สำหรับวี
จากเศร้าๆ กลายเป็นขำขำ ความเบอะของตัวเอง
(บ้าเปล่า กระเป๋าตังค์หายไปทั้งใบ ยังจะขำอีก)
ทั้งเบเนตตอง ที่พี่บิ๋มซื้อมาจากอังกฤษ
หรือเอสปรีที่อุตส่าห์เก็บตังค์เกือบ 3
เดือน
ซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเองตอน ม
.5

หรือล่าสุด แบกะดิน ในตลาด Spain ที่พี่นิซื้อมาฝาก

.

.

แต่เมื่อไหร่ที่กระเป๋าคุณหาย ก็ควรที่จะ

.

.

.

1.อย่าโวยวายมากไป สงบสติอารมณ์เป็นดีที่สุด

แต่ก็ไม่เคยสงบได้เลย วี

2. โทรอายัตบัตรทุกชนิดที่มีอยู่ในกระเป๋า
แต่แม่เคยบอกว่า ควรแยกบัตรออกมาต่างหาก

เผื่อเวลาวีทำหายอีก แต่ก็ไม่เคยเชื่อแม่เลยวุ้ย

3. ไปแจ้งความ + เอาหมาย เพื่อทำบัตรสำคัญอื่นๆ ต่อ
โคตรเบื่อเลย ไปทีนึง เหมือนวีทำอะไรผิดพลาดใหญ่หลวงหนัก
ซักซะ ก็ หนูลืมไว้อ่ะ ลืมๆๆ เข้าใจป่ะ

4. ตังค์ไม่มี บัตรก็ใช้ไม่ได้ ทำไงหละ ควรอยู่เกาะเท่านั้น
ส่วนใคร อยากให้วีเกาะ ก็บอกได้นะ 555

5. งดการสังสรรค์ทุกชนิด เนื่องจาก ทั้งเงิน ทั้งบัตรไม่มีจะไปทำไม
แล้วทำไมไม่ไปถอนจาก Bank ก็มันขี้เกียจนี่หว่า ไปทีรอนานเป็นชาติ
หรือถ้าอยากสังสรรค์จริงๆ กลับไปอ่านข้อ 4 ซะ




ส่วนใครมีข้อแนะนำอะไรดีๆ อีกก็ช่วยบอกด้วยนะ

สุดสัปดาห์ ที่ผ่านมา หลายคน อาจไปแรดโน้นแรดนี้
หรือไม่ก็นอนอยู่บ้าน ส่วนวี มีทั้งแรด ทั้งอยู่ นั้นแหละ

ช่วงที่อยู่บ้าน เลยขยันจัด
ละเลงทำอาหาร ให้พ่อ แม่ พี่วี้ด ทานดีกว่า
แถมไม่เสียเงินด้วย (เพราะไม่ได้จ่ายเอง 5555)

พอดีมีโอกาสไปทาน เนื้อปูอบชีส ที่ BABYLON
แล้วประทับใจสุดๆ เลยมามั่วๆ ลองทำดู

โอ้ อร่อยเหมือนกันแหะ (ทำเอง ก็ต้องชมตัวเอง จริงมะ)


เครื่องปรุงมั่วๆ

เนื้อปู ปริมาณ แล้วแต่คน แต่ที่แน่ๆ คือตามใจฉัน
หอมใหญ่ สักนิดก็พอ เผอิญว่า ที่ร้านใส่มา แต่คนทำไม่ชอบ
ไข่ไก่ พอประมาณกับปู 1 ฟอง ก่อนก็ได้
นมจืด กะๆ เอาให้พอดีกันนั้นแหละ
แป้งสาลี สัก 1 ช้อน ใส่เพื่อให้มันเหนียวๆ
เนยจืด สำหรับผัดหอมใหญ่
เกลือ พริกไท

และที่ขาดไม่ได้คือMozzarella ที่ต้องมาขูดเอง

วิธีทำมั่วๆ


ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เนยจืด รอจนละลาย แล้วก็ใส่หอมใหญ่ น้อยๆ
ผัดให้ทั่วถึง สักพัก ก็เอาเนื้อปู เยอะๆ ใส่เข้าไป จนกลิ่นหอมได้ที
(ทดไว้ในใจก่อน)

แล้วก็เอาไข่ไก่ เฉพาะไข่แดง มาตั้งไฟ ใส่แป้งสาลี ไปสักนิด
คนไปเรื่อยๆ แล้วก็ใส่เนื้อปูที่ผัดกับหอมนั้นแหละ
แล้วเยาะด้วยเกลือ พริกไท ตามอำเภอใจ เสร็จก็ตักใส่ถ้วย

เข้าอบได้ ราดหน้าด้วย Mozzarella
ที่เราขูดเองนั้นแหละ แล้วอบประมาณ 3 นาที

โซ้ยได้แหละ หอม อิ่ม อ้วน ได้ใจมั๊กๆๆ หุหุ

.

.

ล.ป.
ใครอยากได้สูตรอาหารอะไรมั่วๆ หรือ
มีสูตรอะไรอร่อยๆ แนะนำ วานบอกนะ
ตอนนี้กำลังบ้า ทำกับข้าวอยู่อะ หุหุ



หลายคนคงเคยทานอาหารจำนวนมาก
ที่ใส่ถาดวางเรียงเป็นแพบนโต๊ะ

เหมือนเป็นสวรรค์ของคนกินจุ
กินแล้วเหนื่อยก็พักกินต่อได้

แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ร้านกำหนด

ไม่ว่าจะถูกแค่ 69 96 129
หรือจะเป็นแบงค์ม่วง แบงค์เทาก็ตามที
ยิ่งถ้าเป็นบุฟเฟต์ตามโรงแรมแล้ว
ต้องทานให้คุ้มค่ากับเงินหน่อย

เพราะหัวใจของการกินบุฟเฟต์ คือ
ความหลากหลาย ตักไม่อั้น กินจนอิ่ม

ช่วงนี้วีมีโอกาสได้ทานบุฟเฟต์ตามโรงแรมบ่อยๆ
(พอกับร้องเกะนั้นแหละ)

เลยพอได้เห็นและพูดคุยกับคนหลายๆ คน เลยมีข้อมูลมาบอก
เผื่อ
เตรียมรับมือกับการทานบุฟเฟต์ให้คุ้มได้ไม่มากก็น้อย

1. ก่อนที่จะไปทาน ควรที่จะงดอาหารอย่างน้อย 6 ชม
เพื่อเตรียมท้องไว้รับมือกับอาหารมากหน้าหลายตา
ถ้าเป็นบุฟเฟต์กลางวัน เช้าก็งดไปเลย หรือถ้าเป็นตอนเย็น
ก็งดกลางวันซะเถอะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

2. ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบายๆ อย่ารัดรูปเลย
เดี๋ยวมันจะอึดอัด พาลหงุดหงิดเปล่าๆ

3. ควรที่จะตรงต่อเวลา เพราะอาหารที่ดีหรือแพง
อาจโดนคนอื่นตบไป และส่วนมากมักไม่มีรอบ 2 หรอก
แล้วต้องทานอาหารเหลือๆ จากคนอื่นทันที

4. เวลานั่งทานควรนั่งในท่าหลังตรง เพื่อให้การลำเลียงอาหาร
ผ่านสะดวก ไม่ติดขัด (หมอบอกมาเลยนะเฟ้ย)

5. มื้อบุฟเฟต์ ควรมีเพื่อนกันเขิลไปแค่คน 2 คน พอ
อย่าไปกันยกแกงค์ เพราะไปเยอะ จะไมได้กินกันมาก
เน้นเม้าธ์ๆๆ
ขาดทุนแน่ๆๆ

และการโซ้ย บุฟเฟต์ ควรแบ่งเป็น 3 ยก คือ

ยก 1 เบาๆ แต่แพง พวก กุ้ง แซลม่อน ตักไปก่อนเหอะ
ส่วนเครื่องดื่ม เน้นน้ำเปล่า เป็นดีที่สุด แต่อย่าซัดโหกนะ
จิบๆ พอเป็พิธี เดี๋ยวดื่มน้ำมากไป ขาดทุนชัวร์

ยก 2 เน้นอาหารหนักขึ้นมาหน่อย แต่พวกแป้ง พวกเส้น งดไปเหอะ
เปลืองเนื้อที่มากๆ ทานแบบแมวดมก็พอ ส่วนผัก ก็ทานสักนิดก็ดีนะ
เผิ่อท้องจะได้ไม่อืดเกินไป

ส่วนยกที่ 3 ซึ่งเป็นยกสุดท้าย ตบเต็มที่เลย ท่องไว้ในใจ กินให้คุ้ม

แต่ช่วงระหว่าง ยก2 กับ ยก3 ลุกไปแรดโน้นแรดนี้บ้างนะ
ลำไส้จะได้ย่อยบ้าง อย่านั่งเฉยอย่างเดียว

แต่ถ้าไม่ไวจริง อย่าฝืนนะ พอเหอะ

..

จะว่าไป พอวีได้ทานบุฟเฟต์จริงๆ วีก็ทานได้ไม่เท่าไร ก็อิ่มแหละ
ไม่เคยจะคุ้ม ทานแบบธรรมดา นั่ง Chill Chill กับเพื่อน
ดูจะอิ่ม และ คุ้มกว่าอีก สำหรับวีนะ (คือติดเม้าธ์นั้นแหละเรื่องของเรื่อง)

วีเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ คนนึง อ่านมันได้ทุกแนว
โดยเฉพาะหนังสือเรียน (....ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)
พวกนิยาย ยิ่งของป้าอี๊ต พี่ปุ้ย (กิ่งฉัตร)หรือ
อ.วินิตา (ว.วินิจฉัยกุล) รวมถึงช่วงนี้กำลังบ้านิยายแนว
ลึกลับ สืบสวน สอบสวนฆาตกรรม ซ่อนเงื่อน....
สรุปอะไรที่อ่านได้ก็อ่านหมดแหละ



แถม รัก หวง และ ดูแลหนังสือของตัวเองมาก
(เกือบจะโรคจิตได้)
กว่าจะซื้อสักเล่ม
ต้องใช้เวลาเลือกนานมาก
(
ประมาณว่า สามารถอยู่ร้านหนังสือใหญ่ๆ
ได้นานเป็นเวลา 2-3
ชั่วโมง เพื่อนดูหนังผีจบ ตูยังดูหนังสือไม่เสร็จเลย)
ดูแล้วดูอีก ปกหน้า ปกหลัง สัน มุม ถ้าเล่มไหนสามารถ
แกะมาดูข้างในได้ ก็จะแกะดูทุกครั้งเผื่อว่า มีหน้าหาย พิมพ์ซีด
ยิ่งสนพ. บางสนพ. ต้องดูแล้วดูอีก
หน้าหาย หน้าซีดประจำ

แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้ใครยืมหนังสือ วีให้ยืมได้แหละ ถ้าวีมี
แต่ก็ควรที่จะดูแลหนังสือวีดีๆ ไม่ใช่กลับมาที เจอ......

หน้าปกเป็นรอยขีด ข่วน ถ้าเล่มไม่ห่อจะไม่ว่ามากเลยนะ
แต่นี่ ขนาดเล่มที่ห่อปกไป ก็ยังไม่วายที่จะเป็นรอย

รอยดินสอ รอยปากกา ที่ไม่ใช่พวกตำราเรียน
จะวง ขีด ไฮไลท์ทำไม จะอ่านไปสอบชิงอะไรกันเหรอ

ที่คั่นหนังสือก็ใส่ไปในหนังสือทุกครั้ง
ยังจะพับมุมหนังสือทำซากไรฟร่ะ
มันเสียดายนะเฟ้ย หนังสือเล่มนึงที่ซื้อมาไม่ใช่ถูกๆ

ถ้าไม่พับมุมหนังสือ ก็มีอีกเคส คว่ำหนังสือซะงั้น
อีกไม่กี่มิลมันจะหลุดอยู่แล้วนะว๊อย
คราวหลังเอาให้หลุดก่อนแล้วค่อยมาคืนดีไหม


บ่นไปขนาดนี้ อาจไม่มีใครอยากจะยืม
แต่จะบอกว่า ยืมได้อยู่แล้ว
แค่ช่วยดูแลหน่อยแล้วกัน


(ก็ไม่ต้อง กด. ดิฟร่ะ ถามมาได้ 555)

1.ทำหน้าดุๆ โหดเข้าไว้ คนจะได้ไม่เข้ามายุ่ง
แต่อย่างวีไม่ต้องทำไรมาก อยู่เฉยๆ ก็ดุอยู่แหละ
แต่ไม่วาย ที่จะโดน

2.อย่าทำตัวหน้าใส หรือหล่อมากไป ไม่งั้น
อาจจะเจอ ฝูง ผช.บางฝูง
วิ่งด้วยความเร็วสูงเข้ามาหา พร้อมบอกว่า
"โอ้ว น้อง ทำไมน้อง หล่อ หน้าใสอย่างนี้"
แล้วก็จะโดยแป้งป้ายหน้าเข้าไปเต็มๆ
โชคร้ายจริงๆ ส่วน สาวหน้าใสๆ
ไม่ใช่ว่าไม่โดนนะ แต่อาจจะโดนน้อยกว่าเท่านั้น

3.ทำผม แบบ จูออง เข้าไว้จะได้ไม่มีใครกล้า
แต่วิธีนี้ใช้ได้แถวหน้าบ้าน และในห้างฯ เท่านั้น
แต่กับที่อื่นใช่ไม่ได้แน่ๆ ผมที่สระมา ตรง สวย เงางาม ยังไง
อยู่ดีๆ แข็งเป็น ผมชุบแป้งทอด เลย (โคตรจะเซ็ง)


4.แต่งตัวที่บอกให้รู้ว่า ตูไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่น
ตูต้องไปทำงาน เข้าใจมะทำงาน ถ้าสาด มีด่าแน่ๆ
แต่ไม่ทันที่จะด่า อ้าว น้ำราดอยู่บนศรีษะซะงั้น ด่าไม่ทันเลยวุ้ย
(อารมณ์ วีพรุ่งนี้เลย ต้องไปทำงานนะว๊อยเซ็ง)

สรุปง่าย ถ้า กด. ออกไปข้างนอน ถึงจะใช้วิธียังไง
มันก็โดนสาดอยู่ดี ทางที่ดี นอนอยู่บ้าน
อัพบลอค อัพได เม้าธ์ สาดใน msn เป็นดีที่สุด